ความเข้าใจผิดที่เราพบบ่อยที่สุดบนเกาะสมุย ไม่ใช่เรื่องภาษีหรือกรรมสิทธิ์ แต่คือ พ.ร.บ. โรงแรม
ตามพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547 การให้เช่าที่พักสำหรับการเข้าพักต่ำกว่า 30 วัน โดยหลักถือเป็นการประกอบธุรกิจโรงแรมและต้องมีใบอนุญาต ไม่ว่าจะเป็นห้องชุด ทาวน์เฮาส์ หรือวิลล่าหกห้องนอนวิวทะเล และไม่ว่าจะจองผ่านแพลตฟอร์มหรือจองตรง สัญญาที่เขียนว่า "เช่ารายเดือน" ไม่ได้เปลี่ยนข้อเท็จจริงหากแขกพักจริงเพียงสี่คืน
ทำไมเจ้าของจึงมีปัญหา
"แพลตฟอร์มจัดการให้เอง" แพลตฟอร์มการจองเป็นเพียงตลาดกลาง ไม่ใช่หน่วยงานออกใบอนุญาต ความรับผิดชอบอยู่ที่เจ้าของและผู้บริหารทรัพย์สิน
"ที่นี่ใคร ๆ ก็ทำกัน" การที่หลายคนทำไม่ใช่ข้อต่อสู้ทางกฎหมาย และการบังคับใช้ก็ไม่สม่ำเสมอ ช่วงที่ผ่อนปรนมักตามมาด้วยช่วงตรวจเข้ม โดยเฉพาะเมื่อมีการร้องเรียนจากเพื่อนบ้านหรือนิติบุคคล
"เราปล่อยเช่าผ่านบริษัท จึงไม่มีปัญหา" ข้อนี้คือสิ่งที่ถูกตรวจสอบหนักที่สุดในเวลานี้ ตลอดปี 2569 หน่วยงานไทยเข้าตรวจสอบโครงสร้างนอมินีในจังหวัดท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง เดือนสิงหาคม 2569 มีรายงานพบบริษัทที่เข้าข่ายนอมินีผิดกฎหมายราว 60 แห่งบนเกาะสมุยในการตรวจครั้งเดียว ซึ่งเป็นครั้งที่เจ็ดของชุดปฏิบัติการ และกระทรวงมหาดไทยสั่งขยายการตรวจสอบในสุราษฎร์ธานีครอบคลุมถึงการถือครองที่ดิน โรงแรม ธุรกิจ และแรงงานต่างชาติ
ทางเลือกที่ถูกต้อง
- ขอใบอนุญาตโรงแรม เหมาะกับอาคารที่ออกแบบมาเพื่อการนี้และผ่านข้อกำหนดด้านอาคาร ความปลอดภัย และผังเมือง ที่พักขนาดเล็กอาจเข้าข่ายที่พักที่ไม่เป็นโรงแรมตามเงื่อนไขที่กำหนด
- ปล่อยเช่าตั้งแต่ 30 วันขึ้นไป อยู่นอกขอบเขตการเข้าพักระยะสั้นตามกฎหมาย เปลี่ยนแบบจำลองรายได้ แต่ไม่ผิดกฎหมาย
- ดำเนินการภายใต้ผู้ประกอบการที่มีใบอนุญาต การนำวิลล่าเข้าสู่ระบบโรงแรมหรือเซอร์วิสเรสซิเดนซ์ที่มีใบอนุญาต จะโอนภาระด้านกฎระเบียบไปยังผู้ที่พร้อมรับผิดชอบ
สิ่งที่ควรตรวจสอบทุกครั้ง
สถานะและวันหมดอายุใบอนุญาต ใบอนุญาตก่อสร้างและการใช้อาคารจริง ผังเมือง มาตรฐานอัคคีภัยและความปลอดภัย โครงสร้างการถือหุ้นว่าทนต่อการตรวจสอบนอมินีได้หรือไม่ และใครรับผิดชอบตามสัญญาหากถูกสั่งหยุดดำเนินการ
ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เหตุผลที่จะไม่ลงทุนบนเกาะสมุย แต่เป็นเหตุผลที่ควรตรวจสอบสถานะทางกฎหมายก่อนการจองแรก ไม่ใช่หลังจากนั้น
ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ควรปรึกษาทนายความไทยที่มีใบอนุญาต